More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  Knight_PhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

Knight_

March 02

Grave of the Fireflies : ล่องเรือชมหิ่งห้อย บรรยากาศพักผ่อนที่ไม่มีมานาน

 

Grave of the Fireflies : ล่องเรือชมหิ่งห้อย บรรยากาศพักผ่อนที่ไม่มีมานาน

 

Blog นี้มาเขียนแทรกก่อนจะไปเล่าเรื่อง World Debate ที่เกริ่นไว้งวดก่อนนะครับ  ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากผมปั่นรายงานติดต่อกัน แบบที่ไมได้ทำมานานแล้ว  หรือ จะพูดจริง ๆก็ขี้เกียจเขียนมานานนั่นแหละครับ จนแทบไมได้ไปทำอะไรเลย  จนกระทั่งไปบิน Domestic 3 วัน เลยได้บรรยากาศพักผ่อนที่ห่างหายไปนานกลับมาบ้าง

 

วันแรกตื่นตี 3 ครับ สารภาพว่าไมได้นอนเลย บินไปถึงอุบลตอนเช้าก็นอนยาวเลยครับ ตื่นมาตามมื้ออาหารตอนเที่ยง ก่อนจะไปกลิ้งอยู่ร้านกาแฟบรรยากาศชิว ๆต่ออีกราวชั่วโมงเศษ แล้วกลับมารอดูการ์ตูนตัวเองที่โรงแรม  คืนนั้นตาม step เที่ยว ผมก็ไป U-Bar ครับ  คืนนี้มีคอนเสิร์ต BoydPod มาเล่น คนตรึมเลย  ก็ถือว่าขำๆฟังเพลงชิว ๆยันตี 1

 

ไอ้ที่อยากเล่าคือวันถัดมานี่แหละครับ ผมไปถึงสุราษราวเที่ยง ทานบุฟเฟ่ขนมจีนเสร็จก็นอนเอาแรงจนเย็น  ค่ำนั้นก็ฟาด seafoodแบบบ สั่งกันลืมตาย สามคน 9 อย่างจนแน่นไปหมด  แล้วโปรแกรมเด็ดก็เริ่มขึ้น  จากการแนะนำของพี่ co-pilot ว่าที่นี่มีการล่องเรือชมหิ่งห้อย สวยมากๆ ผมก็เอาเลยสิครับประหลาดใจ

 

คนที่ร่วมขบวนมีแค่ผมกับพี่แอร์อีกคนไปด้วยกัน เริ่มจากการโทรนัดให้เรือมารอเราตอนสามทุ่มที่ท่าน้ำ แล้วนั่งสามล้อไป ระยะทางใกล้โรงแรมมาก   เรือของที่นี่เป็นเรือยาวเครื่อง นั่งได้แถวละ2-3 คนครับ  ตอนแรกพวกเราว่าจะเหมาลำกันไปชิว ๆ  แต่มีวัยรุ่นแถวนั้นอยากไปด้วยเลยมีสมาชิกเพิ่มอีก 6-7 คนได้

 

กติกาการดูหิ่งห้อยนะครับ อย่างแรก อย่าส่งเสียงดัง  อย่าใช้แฟลชถ่ายรูป อย่าไปจับต้นไม้ (อันนี้พี่ ภาณุ มัคคุเทศก์ของเราเฉลยว่า  เพราะเราไปมืด ๆไม่รู้ว่ามีอะไรในพุ่มไม้มั่งน่ะครับ)  หลังฟังกติกากับวมเสื้อชูชีพเสร็จ เราก็เริ่มล่องไปตามแม่น้ำตาปี  พี่เจ้าของเรือ แนะนำ จุดต่าง ๆ เช่นฐานทัพญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก (แล้วกรูก็เห็นอีกแล้ว  โอยเบื่อ..) , บ้านนกนางแอ่น ที่เปนบ้านสำหรับนกจริงๆ สูง สามชั้น ,…etc   โชคดีเป็นของพวกเราครับ ที่คืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด การมองหิ่งห้อยจึงชัดมากจันทร์เสี้ยว

 

พี่เค้าเล่าให้ฟังว่า หิ่งห้อยในประเทศเรานั้นมีกว่า 50 สายพันธ์ และสายพันธ์ที่สุราษนี่ก็ตัวใหญ่กว่าที่ฮิต ๆอย่างอัมพวา อีกแน่ะ  นั่งเรือไปได้ไม่นานพวกเราก็ได้พบสิ่งที่รอครับ ตามต้นลำภู ต้นสน หรือแม้แต่ต้นมะพร้าวข้างทางมีพวกมันเยอะมากครับ ตามต้นเยอะจนเหมือนไฟคริสมาสต์เลยทีเดียว สวยแบบบรรยากาศไม่ถูกเลย  ไฟจากในเมืองที่อยุ่ไกล ๆส่องฟ้าให้เรามองกันในความมืดสะดวกตา  ลมเย็น ๆของแม่น้ำตาปียิ่งทำให้สดชื่น บรรยากาศดีมากครับ

 

หิ่งห้อยนั้นจะกระพริบไฟหาคู่ครับ สังเกตเพศของมันได้ง่าย ๆ  ตัวเมียจะกระพริบไฟช้า ๆ แต่ตัวผู้จะถี่เพื่อดึงดูดตัวเมีย   ในระยะเวลาอายุที่ส่องแสงได้เพียง 2-3 อาทิตย์ของพวกมัน ตัวเมียจะมีตัวผู้ตัวเดียว แต่ ตัวผู้จะผสมพันธ์ได้เรื่อย ๆ     ว่ากันว่า  หากใครโดนหิ่งห้อยเกาะแปลว่าจะเจอเนื้อคู่ครับ เขินอาย

 

เรือพาเราไปจอดเกยหาดตรงดงต้น สำลีงา  ต้นไม้สมุนไพรชาวบ้านนิยมมาทำยาแก้ปวดเมื่อย บำรุงผิวพันธ์ กลิ่นจาง ๆที่ผมเพิ่งรู้จัก  เราเดินดูพวกมันกันที่หาดกันสบาย ๆ แล้วที่คาดไม่ถึงคือผมเป็นคนเดียวที่มีหิ่งห้อยมาเกาะน่ะสิครับ แบบนี้จะต้องรอพิสูจน์แล้วว่าจะเป็นจริงเมื่อไหร่

ราคาตลอดการเดินทางเหมาลำแค่ 300 บาท ครับ กับเวลาแสนสุข สัมผัสธรรมชาติกว่าชั่วโมงครึ่ง นับว่าถูกมานะครับ   คืนนั้นด้วยบรรยากาศริมน้ำชิว ๆ ผมกับพี่หนูก็นั่งร้านกาแฟ กินโรตี+ชา กันต่อจนเริ่มดึกค่อยกลับ  ไม่คิดว่าจะได้พักผ่อนแบบนี้เลยดีจัง ยิ้มแฉ่ง

 

___________________________

 

Tipsฟิล์มภาพยนตร์

 

Grave of the Fireflies : animation สุดคลาสสิคจาก Ghibi Studio ที่หลายคนจะรู้จักจากเรื่อง Spirited Away (animation ญีปุ่นที่คว้าออสการ์เมือหลายปีก่อน) เรื่องนี้เป็นผลงานต้น ๆของ อจ. Hayao Miyasaki เลยครับ   กับประเด็นความโหดร้ายของสงคราม ที่ไม่หนังส่วนใหญ่ไม่เคยพูดถึง  เรารู้กันว่าสงครามมีคนตายมากมาย แต่คิดบ้างมั้ยว่าเมื่อสงคราจบลงความโหดร้ายแบบไหนที่เหลืออยู่ การ์ตูนเศร้าเรื่องนี้ถ่ายทอดผ่านพี่น้องสองคน ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในสภาวะการนั้น พี่ชายที่ต้องปกป้องน้องน้อย จากความยอดอยาก ทำเอาคนเสียน้ำตามานักต่อนักแล้ว ใครชอบอนิเมชั่นข้อคิดดีๆ ไม่ควรพลาดอย่างสิ้นเชิงครับ

February 16

Charlie Wilson’s War : อัพ space ครั้งแรกของปีนี้

Charlie Wilson’s War : อัพ space ครั้งแรกของปีนี้

ไม่ได้มาอัพสเปซเลยเป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้วแฮะ จะว่าไปก็ด้วยเหตุ 2 ประการครับ ประการแรกช่วงปลายปีที่แล้วผมยุ่งมาก ๆจนคาดไม่ถึงว่าจะยุ่งได้ขนาดนั้น ลากยาวมาถึงช่วงต้นปี ส่วนอีกประการก็เนื่องด้วย pc เครื่องนี้เป็นบ้าอะไรไม่รู้ เข้า space ไม่ได้เลย เหตุผลหลังนี่เซ็งมาก แต่ยังไม่มีเวลาหาทางแก้เลยแฮะ ...Confused

มีเรื่องที่อยากเขียนหลายเรื่องครับ โดยเฉพาะเรื่องงาน World Debate Starที่จบลงไป งานนี้เป็น event ใหญ่สุดที่ผมเคยทำมาเลยครับ มีครบทุกรสชาติในงานจริง ช่วง สองอาทิตย์ที่ไปอยู่-จัดงาน มีอะไรเกิดขึ้นมาก ถ้าจะเล่าคงได้อ่านกันยาวแน่ ไว้ผมจะทยอยเอามาลงทีละตอน ๆครับ อีกหน่อยคงมีเวลาชีวิตให้เขียนมากกว่าเดิมแน่

นอกจกาเรื่องของตัวงานแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็เรื่อง ทีม Soเชี่ยว ของพวกผมด้วย ทำงานด้วยกันสนุกมาก และอาจจะเพราะงานนี้เตรียมงานกันมานานกว่าทุก ๆงาน ทำใหได้รู้จักและสนิทกันมาก ยิ่งตอนงานที่ต้องอยู่ด้วยกัน 24-7 ไม่สิแทบจะตลอดเวลา เกือบสองอาทิตย์ ยิ่งมีอะไรให้เล่าได้เยอะเลย จบงานมาก็ยังติดต่อ เจอกันอยู่ตลอด (เมื่อวานยังรวมพลกันอยู่เลยครับ) ใน hi5 ผมเริ่มทยอยเอาภาพลงไปแล้ว ใครว่างไปดูได้นะครับ

เรื่องส่วนตัวอัพเดทข่าวย่อย คงเป็นเรื่องที่ผมเปิดบริษัทกับเพื่อนแล้วในชื่อ B.T.F. ส่วนที่มาขอไว้บอกเป็นรายบุคคลที่อยากรู้จะดีกว่าครับ อีกเรื่องคือ การ์ตูนที่ผมเขียนบท หรือ ‘The Energy ขบวนการพิทักษ์โลก ได้เริ่มฉายทีวีแล้วทุกวันพฤหัสบดี เวลา 17.00. ช่อง 5 ว่างๆ ติดตามกันบ้างนะครับOpen-mouthed

เนื่องจากเขียน space นี้ในวันวาเลนไทน์ จะไม่พูดถึงก็กระไรอยู่ ไม่รู้ว่าผมคิดไปคนเดียวรึเปล่า ว่าปีนี้เทศกาลความรักนี่มันดูเงียบๆ เหงา ๆชอบกล รึจะเป้นผมคนเดียวที่รู้สึกหว่า เหอๆ ไม่พูดถึงดีกว่า เซ็งเองเปล่า ช่วงนี้ผมคงไปเตรียมลุยให้จบ โท เร็ว ๆเหมือนกัน ดองมานานแล้วชักจะไม่ดีแฮะ สุดท้าย space นี้ก็เป็นการบ่นเช่นเคย ไว้จะหาเรื่องอื่น ๆมาลงคราวหน้านะครับTongue out

 

 `___________________________________________________________

TipsFilmstrip

Charlie Wilson’s War (2008) : หนังชิงรางวัลที่เอาดาราระดับท็อปสามคนก็เรียกคนดูได้ชงัดนักเรื่องนี้ สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง ช่วงสมัยปี 1980 – 1988 ว่าด้วย . เทกซัส เขต2 อย่าง Charlie Wilson (Tom Hank) ที่เพิ่งจะตระหนักถึงอำนาที่ตัวเองมีในมือจากคำพูดของเศรษฐินี อันดับ 6 ของเทกซัสอย่าง โจแอน (Julia Robert กับบทที่ดูแก่ๆยังไงไม่รู้) พร้อมกับได้เผชิญความจริงในการสร้างภาพแต่ไม่ลงมือของสหรัฐ ในด้านสงครามระหว่างชาวอัฟกัน กับ โซเวียต จนต้องเรียก CIA ปากร้าย อย่าง กัซ (Philippe S. Hoffman โคตรชอบตานี้เลย เล่นทีไรตีบทกระจุย) มาวางแผน ก่อสงครามเย็นที่เด็ด และผลาญลงบที่สุดในประวัติศาสตร์ขึ้น ใครว่าง ๆอยากหาหนังดู เรื่องนี้ไม่น่าพลาดครับ แค่ฝีมือของสามดารานำก็กินขาดแล้ว ...

 
November 30

Secret + Love @ SIAM : ลมหนาวโชยมา กับเวลาพักที่น้อยลงทุกวัน ~เฮ้อ~

 

Secret + Love @ SIAM : ลมหนาวโชยมา กับเวลาพักที่น้อยลงทุกวัน ~เฮ้อ~

 

ขอคั่น เรื่องผี part II ด้วย Blog ปกติซักหน่อยนะครับ  เนื่องจากไม่ได้พิมพ์มาลงนานแล้ว ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา จริงๆก็มีเรื่องเล่าเยอะพอดูครับ แต่ด้วยความที่เหนื่อยและงานรุมเร้ามากเหลือเกินผมจึงไม่ได้ลง blog เลยในช่วงที่ว่า  ไม่ใช่เพียงแค่ blog เท่านั้น กับเพื่อนสนิทโรงเรียนเก่า ที่ปกติหาเรื่องนัดกันอยู่ทุกเดือน ก็ไม่เจอหน้ากันมาจะสองเดือนแล้วด้วยซ้ำ   คนที่จะได้เจอหน้ากันบ่อยสุดตอนนี้ก็คงเป็น So เชี่ยว  Team’ แหละครับ ^^ยิ้มแฉ่ง

 

ทริปแนะนำที่เที่ยว-ที่กินแบบที่นัตตี้และเพื่อนบางคนชอบแซว จริงๆก็อยากจะเอาทริปที่ไปโอซาก้า เดือนก่อนมาลง รวมทั้งร้านใหม่ ๆที่ไปทดสอบมาเพิ่มจากเกาหลีอีก  แต่ต้นเดือนหน้าผมก็จะมีโอกาสไปทั้งสองที่อีกรอบ คงรวมไว้คราวเดียวกันเลยดีกว่า  (ญีปุ่น กับ เกาหลีนี่มาติดกันทีไรเงินเกลี้ยงกระเป๋าไปครึ่งเดือนทุกที เฮ้อ...)

 

เดือนที่ผ่านมา ผมเองก็หัวปั่นกับการเตรียม Defense Proposal ของโปรเจคจบปริญญาโทซะเหนื่อย ไหนจะเตรียมงาน W28 และบริษัทออกาไนซ์ที่เปิดกับเพื่อน-รุ่นน้องอีก ทำเอาแทบไม่ต้องไปไหนเลย ( Jim-Tha-Luck ขอโทดนา ที่ไม่ได้ไป on field ด้วยเลยว่ะ เวลางานเข้ากรูมีฟไลท์ทุกทีเลย T_T ต้องประหยัดวันลาไว้งาน W28 อ่า )

 

ทริปที่สนุก ๆที่ผ่านมาก็ที่ทีมSocial ยกพลกันไปถล่มบ้านของแม็กที่พัทยาละครับ (สมาชิกร่วมทริปคราวนี้มี ผม หนึ่ง จิ๋ว สแตมป์ แก้ม เอก วิค ไผ่ บี๋ แมก จิม) หลังจากไปสำรวจดูสถานที่กันจนครบ วาระการเที่ยว-กินและสังสรรค์ก็ตามมาตามคาด ปิ้งบาบีคิว-ซีฟู้ด กินเหลา เล่นเกม ร้องเพลง กันตามเรื่องยันเช้า ก่อนจะลากเหล่าพวกกลัวผีเข้าโกดังผีไปรอบ ตกเย็นก็ไปแข่ง เพ้นท์บอลกันต่อจนหมดแรง ...รายละเอียดรอชมจากอัลบั้มเร็วๆนี้ครับ

 

ลอยกระทงไปไหนกันมามั่งรึเปล่าครับ ของผมนี่ทรหดอดนอนมาก  ก่อนวันลอยกระทง พ้มขน text book ไปเตรียมสอบที่อินเดีย ลงฟไลท์แต่เช้าด้วยความง่วงสุดแสน ก่อนจะนอนไป 2 ชม. แล้วไปติวสอบต่อที่มหาลัย  ตกเย็นไป brief งานให้น้อง ๆที่มาสมัครเป็น MC อีก  พอเริ่มค่ำ ผมกับจิ๋วก็แอบแฝงไปเป็น ก.ข.ค.ง.จ. ของเป้งและแฟนแถว เอมโพเรียม   ไอ้คุณน้องเป้งพาไปทานราเม็งแถวนั้นชามใหญ่ใช้ได้เลย เล่นเอาอิ่มสุด ๆ ก่อนพวกเราจะย้ายสังขารไปลอยกระทงกันที่สวนเบญฯ พร้อมซื้อไฟเย็นมาจุดเล่นกันสนุกใหญ่ จนมีคนมาถามที่ซื้อจากเราเป็นระยะ (ทั้งที่คนขายมันห่าไงปแค่ 10 ก้าวเนี่ยนะ สงสัย)  พอเป้งส่งหลินขึ้น BTS เสร็จ พวกเราเดินคุยเรื่อง  decoration งานกันไปก็เริ่มเปลี่ยนประเด็นว่าไปถ่ายรูปกันหน้าเอมโพเรียมดีมั้ย จนสุดท้าย เวลาราวครึ่งชั่วโมง ไอ้บ้ากล้องส่ามคนจาก So เชี่ยว Team’ ก็ถ่ายมือถือไปเกือบ 70รูป !!!!  ก่อนจะเดินทางกลับ

 

วันถัดมาตอนเช้าผมหอบหนังสือตั้งใหญ่ไปสอบ comprehensive 6 วิชา 3 ชม. ที่มหาลัย  เขียนกันมือหงิกไปเลย  พอตกบ่าย So เชี่ยว  Teamส่วนหนึ่งก็พากันไปถ่ายรูปที่ U-Smile สยามกันตาม request ของแก้ม (เดี๋ยวนี้ฉากมันลาวโคตรอะ ฉากดีสุดคือฉากขาว  ที่เหลือเด๋วต้องตัดต่อเอา) ก่อนจะไปดูหนังที่ผมรอมาพักใหญ่อย่าง รัก...แห่งสยามของผู้กำกับที่ผมว่าฝีมือเยี่ยมคนนึงในประเทศเลย ( ผลงานที่ผ่านมาของ ผกก. คนนี้คือ คนผีปีศาจ (หนังที่สร้างอารมณ์หลอนในดรงได้ดีกว่ที่คาด) – 11earthcore – 12 begin -13เกมสยอง รวมถึงบทหนังเรื่อง บอดี้ ศพ#19 หนังที่ผมยอมรับว่าบทหนังสยองที่ดีสุดของหนังไทยในรอบ 10 ปีเลย ) ก่อนจะไปหารือเรื่องงานต่อ แล้วไปซื้อของตามที่กะเอาไว้ที่ Central World

 

พิมพ์ไปพิมพ์มาชักยาวแฮะ เรื่องเล่าก็เรื่องเยอะขึ้น เอาเป็นว่า มาเล่าต่อ space เดือนหน้านะครับ

 

______________________________________________________________________________________

 

Tipsฟิล์มภาพยนตร์

 

Secret โน้ต(2007) หนังรักงานกำกับครั้งแรกของ เจโชว  บอกตรง ๆตอนแรกผมไม่คาดหวังอะไรกับหนังเลย แถม ผกก เป็นดาราขี้เต๊ะที่ผมไม่ค่อยชอบซะอีก แต่ก็ผิดคาดครับ  เพลง และ ภาพ ของหนังสวยและเพราะมาก  ตัวหนังแม้จะมีกลิ่นอายของหลายเรื่องรวมกัน แต่กับหนังรัก เรื่องนี้สอบผ่านทีเดียว  เรื่องของ นักเรียนดนตรีหน้าใหม่ ที่เดินตามเสียงเปียโนไปพบเด็กสาวอีกคนในห้องเปียโนเก่า  เขาถามเธอว่าเพลงที่เธอเล่นเป็นเพลงอะไร และคำตอบทีได้คือ ‘It’s a secret’ แล้วนับจากนั้น คนทั้งสองก็ได้เริ่มผูกพันธ์กันด้วย บรรยากาศสบาย ๆของโรงเรียนดนตรี เพลงเพราะ ๆ ภาพสวยๆ นางเอกน่ารัก ๆ และเรื่องราวกึ่งแฟนตาซีที่หลายคนต้องเสียน้ำตา มีโอกาสลองดูนะครับ ผกกหน้าใหม่คนนี้ทำได้ดีทีเดียวละ

 

Love at SIAM : รัก...แห่งสยาม (2007) : หนัง ดราม่า-รัก ที่บทดีที่สุดในรอบปีสำหรับผม (ไม่นับบอดี้ ที่ครองตำแหน่งแนวระทึกขวัญไปลแว  โดนคนเขียนบทคนเดียวกัน สุดยอดปะละ)  ผมรำคาญหลายคนที่พอรู้ว่าเป้นหนังเกย์แล้วร้องยี้จนพลาดไม่ดู ทั้งที่หนังมันมีอะไรมากกว่านั้นมาก และพลังดาราอย่าง สินจัย-กบ ทรงสิทธ์ที่สุดยอดมาก ๆ  เรื่องนี้เกิดตามชื่อครับ เรื่อง รัก ไม่ใช่แค่คุ่รัก หากแต่เป็นรักหลากหลายแบบ ทั้งแม่ ลูก พ่อ เพื่อน ... เรื่องราวเกิดขึ้นจากเพื่อนบ้านวัยเด็กคู่หนึ่ง  คนแรก โต้ง-มีครอบครัวอบอุ่น แม่-สุนีย์(สินจัย) พ่อ-กร(กบ ทรงสิทธ์) และ พี่สาว(พลอย ไลลา) จนเมื่อวันหนึ่ง พี่สาวหายสาบสูญไป ทุกอย่างจึงเป็นดั่งฝันร้าย พ่อติดเลห้าเฝ้าโทษตัวเองและรอลูกสาว แม่ต้องทนเหนื่อยประสานรอยร้าวในครอบครัว ตัวโต้งเอง แม้จะได้คบกับสาวที่สวยที่สุดอย่างโดนัท แต่ก็ยังเหมือนมีอะไรขาดหายไป   อีกด้านมิว-หลังแยกกับเพื่อน เติบโตมาด้วยการสูญเสียญาติเพียงคนเดียวและต้องเจ็บกับความเหงามานาน ก็ได้ร่วมวงดนตรีกับเพื่อนจนต้องพบโจทย์ใหม่คือการแต่งเพลงรัก ทั้งที่ตนไม่เคยมีความรักแม้ว่าหญิงเพื่อนข้างบ้านจะพร้อมมอบให้แต่เขาก็ไม่เคยได้สัมผัสมัน และเมื่อเพื่อนเก่าทั้งสองมาพบกันอีกครั้ง และโต้งได้พบกับ จูน(พลอย ไลลา)ผู้จัดการวงของมิวที่หน้าเหมือนพี่ที่หายไปจนจ้างเธอมา ช่วยประสานรอบร้าวที่บ้าน  ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไปจากการกลับมาพบกันและชีวิตทั้งหมดที่เดินทางวนเวียนในย่าน Siam Square ที่เราคุ้นเคย  การเรียนรู้ เติบโตของแต่ละคนจึงเริ่มขึ้น   เพลงในเรื่องทั้ง 5 เพลง เพราะมากครับความหมายดีด้วย อยากให้ลองฟังกัน ไว้ผมจะเอาเนือ้มาโพสให้อ่านตรง comment นะครับ แล้วลองมาดูกันนะครับว่า การที่เรารักกัน มากจนทำร้ายกันอย่างที่จูนพูดในหนัง หรือ ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีหวังประโยคเด็ดของเรื่องมันจริงรึเปล่า ....ยิ้มแฉ่งหัวใจสีแดง

October 20

1408 : เล่าเรื่องผี!? Part 1

 

1408 : เล่าเรื่องผี!? Part 1

 

*** space นี้ควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างแรง ***

 

จากที่รับปากไปเมื่อ space คราวก่อน มารอบนี้ผมคงต้องเล่ามั่ง ก่อนจะโดนไอ้น้องจิมเอาไปเผาซะจนผมดูเป้นคนอันตรายไปก่อน เหอๆ

 

ที่มาที่ไปก็แปลก ๆ อยู่ ผมเคยได้ยินคนพูดกันว่า คนเกิดวันจันทร์จะมองไม่เห็นอะไรที่ไม่ปกติพวกนี้ ซึ่งผมเองก็ฟังมาเฉยๆ แล้วก็คิดว่าคงจริง กอปรกับการที่ผมว่าผมก็หัววิทย์พอดู ถ้าไม่เจออะไรจังๆก็ไม่ค่อยจะเชื่อซะด้วย  ตั้งแต่เด็กๆมา อะไรที่คิดว่าเห็นชัดๆครั้งเดียวก็ผ่านมานานจนผมคิดว่าตาฝาดไปเอง ก่อนจะมารู้ในหลายปีให้หลัง หลังจากที่ได้พบเจออะไรพวกนี้อีกเยอะว่ามันไม่ใช่ตาฝาด....

 

พูดถึงการเจออะไรแปลก ๆรอบแรกก็ต้องย้อนไปสมัย ป.4   เหตุเกิดที่โรงเรียนช่วงเย็น เพื่อน ๆคงพอรู้ว่าผมจบจากโรงเรียนสาธิตเกษตรฯ และหลายคนอาจจะเคยได้เข้าไปเห็นแล้ว  ที่จะพูดถึงเป็นอาคารที่อยู่กลางโรงเรียนซึ่งเป้นห้องสมุด+ห้องประชุม+ห้องวัฒนะรรมแลกเปลี่ยน   เย็นวันนั้นผมเดินเลียบด้านข้างอาคารเพื่อไปยังอีกตึกในเวลาเย็นเป็นพิเศษเนื่องจากต้องรอพ่อผ่าตัด (พ่อผมเป็นหมอนะครับ อย่าคิดอะไรในทางอื่นแบบที่หลายคนทำหน้าตกใจ เวลาบอกพ่อผมผ่าตัดละ)   ทีนี้ไอ้ผมเดิน ๆไปก็มองทางด้านหน้าไปตามปกติ ซึ่งข้างหน้าผมห่างไปราว 25 เมตร เป็นช่วงหน้าต่างของห้องโครงการแลกเปลี่ยนที่พูดถึง ผมเห็นมือยื่นออกมาแล้วกวักเรียกคนในอีกทิศ โดยผมตีความว่าอาจารย์คงกวักมือเรียกนักเรียนที่อยุ่สนามบาสระหว่างอาคาร 3 และ 4 ที่อยู่ห่างออกไป ก็มองตาม   แต่มันไม่มีใครนี่สิ พร้อมๆกับที่สมองเริ่มตีความใหม่ ว่าเวลานั้นห้องโครงการฯปิดแล้ว ไอ้หน้าต่างนั่นนอกจากจะปิดแล้วยังมีเหล็กดัดซะด้วยสิ !!! พ้มก็เผ่นสิครับ จากนั้นก็เฝ้าบอกตัวเองเรื่อยมาว่าตาฝาด ๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสิบปี ผมเริ่มเข้ามหาลัยและเจออะไรแปลกๆมากขึ้น จึงเริ่มมาคิดใหม่ก่อนเล่าให้เพื่อนคนนึงฟัง เพื่อนผมบอกว่า........เออ เราก็เคยเจอเหมือนกัน ได้ยินว่ามีคนเห็นแบบนี้หลายคนแล้วด้วย ...-*-

 

มาว่ากันเรื่องประสบการณ์พวกนี้ที่เริ่มมาแบบ Non-stop กันดีกว่า ทุกอย่างมันเริ่มตั้งแต่ผมเข้ามาเรียนเอแบคนี่แหละครับ เรื่องส่วนหนึ่งก็จากสโมสร-องค์การนักศึกษา ตึกที่มีดีกรีความเฮี้ยนระดับสูงตึกหนึ่ง ถ้าให้เล่าผมคงต้องร่ายยาวแน่ ดังนั้นมาเริ่มกันด้วยเรื่องอื่นก่อนดีกว่า เรื่องนี้อาจจะดูเวอร์ซักนิด แต่ confirm นะครับว่าจริง

 

สืบเนื่องจากหลาย ๆคนคงรู้ว่าหน้าอย่างผมเนี่ยเคยเล่นละครเวทีกะเค้าด้วย  เรื่องแรกนี้ก็เกิดจากการที่ผมต้องไปเก็บตัว เทรนนักแสดงนี่หละครับ   ตามปกติหากพวกคุณไปค่าย ทุกค่ายมักจะมีผู้นำไหว้เจ้าที่เจ้าทางในคืนแรกถูกมั้ยครับ แต่ถ้าไม่ใช่ค่าย เป็นแค่สัมนา หรือ Training ไม่มีแน่ครับ แล้วงานนี้ก็เป็นเช่นนั้น  ค่ายนี้ประกอบด้วยคนสองกลุ่มคือพวกนักแสดงที่มาเทรนกับอีกกลุ่มที่มาเทรน MC ซึ่งมหาลัยจัดให้มาพร้อมกัน  คืนแรกที่มาถึง เรามายังรีสอร์ทแห่งนี้กันตอน ห้าทุ่มกว่า ๆเห็นจะได้  (ชื่อรีสอร์ทขอสงวนไว้เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องนะครับ ใครอยากรู้มาถามผมละกัน บอกได้แค่ หลายๆมหาลัย-บริษัท มาใช้ที่นี่จัดกิจกรรมบ่อยมาก)

 

ตึกที่เราพักแบ่งเป็น 4 ห้อง ด้านบน-ล่าง หน้า-หลัง  พวกผมนอนห้องล่างด้านหลังหันออกทุ่งโล่ง ๆ  ด้วยความคิดพิเรนท์ของผม  ถึงห้องปั๊บก็กะจะหาอะไรเล่นเลย (ก่อนจะไหว้เจ้าที่ ซึ่งปกติผมไหว้ตอนจะนอน) เลยชวนเพื่อนร่วมห้องอันได้แก่ไอ้คุณทีเจ ไอ้น๊อต