![]() |
|
Spaces home Knight_PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
|
Knight_
March 02 Grave of the Fireflies : ล่องเรือชมหิ่งห้อย บรรยากาศพักผ่อนที่ไม่มีมานานGrave of the Fireflies : ล่องเรือชมหิ่งห้อย บรรยากาศพักผ่อนที่ไม่มีมานาน
Blog นี้มาเขียนแทรกก่อนจะไปเล่าเรื่อง World Debate ที่เกริ่นไว้งวดก่อนนะครับ ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากผมปั่นรายงานติดต่อกัน แบบที่ไมได้ทำมานานแล้ว หรือ จะพูดจริง ๆก็ขี้เกียจเขียนมานานนั่นแหละครับ จนแทบไมได้ไปทำอะไรเลย จนกระทั่งไปบิน Domestic 3 วัน เลยได้บรรยากาศพักผ่อนที่ห่างหายไปนานกลับมาบ้าง
วันแรกตื่นตี 3 ครับ สารภาพว่าไมได้นอนเลย บินไปถึงอุบลตอนเช้าก็นอนยาวเลยครับ ตื่นมาตามมื้ออาหารตอนเที่ยง ก่อนจะไปกลิ้งอยู่ร้านกาแฟบรรยากาศชิว ๆต่ออีกราวชั่วโมงเศษ แล้วกลับมารอดูการ์ตูนตัวเองที่โรงแรม คืนนั้นตาม step เที่ยว ผมก็ไป U-Bar ครับ คืนนี้มีคอนเสิร์ต BoydPod มาเล่น คนตรึมเลย ก็ถือว่าขำๆฟังเพลงชิว ๆยันตี 1
ไอ้ที่อยากเล่าคือวันถัดมานี่แหละครับ ผมไปถึงสุราษราวเที่ยง ทานบุฟเฟ่ขนมจีนเสร็จก็นอนเอาแรงจนเย็น ค่ำนั้นก็ฟาด seafoodแบบบ สั่งกันลืมตาย สามคน 9 อย่างจนแน่นไปหมด แล้วโปรแกรมเด็ดก็เริ่มขึ้น จากการแนะนำของพี่ co-pilot ว่าที่นี่มีการล่องเรือชมหิ่งห้อย สวยมากๆ ผมก็เอาเลยสิครับ
คนที่ร่วมขบวนมีแค่ผมกับพี่แอร์อีกคนไปด้วยกัน เริ่มจากการโทรนัดให้เรือมารอเราตอนสามทุ่มที่ท่าน้ำ แล้วนั่งสามล้อไป ระยะทางใกล้โรงแรมมาก เรือของที่นี่เป็นเรือยาวเครื่อง นั่งได้แถวละ2-3 คนครับ ตอนแรกพวกเราว่าจะเหมาลำกันไปชิว ๆ แต่มีวัยรุ่นแถวนั้นอยากไปด้วยเลยมีสมาชิกเพิ่มอีก 6-7 คนได้
กติกาการดูหิ่งห้อยนะครับ อย่างแรก อย่าส่งเสียงดัง อย่าใช้แฟลชถ่ายรูป อย่าไปจับต้นไม้ (อันนี้พี่ ภาณุ มัคคุเทศก์ของเราเฉลยว่า เพราะเราไปมืด ๆไม่รู้ว่ามีอะไรในพุ่มไม้มั่งน่ะครับ) หลังฟังกติกากับวมเสื้อชูชีพเสร็จ เราก็เริ่มล่องไปตามแม่น้ำตาปี พี่เจ้าของเรือ แนะนำ จุดต่าง ๆ เช่นฐานทัพญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก (แล้วกรูก็เห็นอีกแล้ว โอยเบื่อ..) , บ้านนกนางแอ่น ที่เปนบ้านสำหรับนกจริงๆ สูง สามชั้น ,…etc โชคดีเป็นของพวกเราครับ ที่คืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด การมองหิ่งห้อยจึงชัดมาก
พี่เค้าเล่าให้ฟังว่า หิ่งห้อยในประเทศเรานั้นมีกว่า 50 สายพันธ์ และสายพันธ์ที่สุราษนี่ก็ตัวใหญ่กว่าที่ฮิต ๆอย่างอัมพวา อีกแน่ะ นั่งเรือไปได้ไม่นานพวกเราก็ได้พบสิ่งที่รอครับ ตามต้นลำภู ต้นสน หรือแม้แต่ต้นมะพร้าวข้างทางมีพวกมันเยอะมากครับ ตามต้นเยอะจนเหมือนไฟคริสมาสต์เลยทีเดียว สวยแบบบรรยากาศไม่ถูกเลย ไฟจากในเมืองที่อยุ่ไกล ๆส่องฟ้าให้เรามองกันในความมืดสะดวกตา ลมเย็น ๆของแม่น้ำตาปียิ่งทำให้สดชื่น บรรยากาศดีมากครับ
หิ่งห้อยนั้นจะกระพริบไฟหาคู่ครับ สังเกตเพศของมันได้ง่าย ๆ ตัวเมียจะกระพริบไฟช้า ๆ แต่ตัวผู้จะถี่เพื่อดึงดูดตัวเมีย ในระยะเวลาอายุที่ส่องแสงได้เพียง 2-3 อาทิตย์ของพวกมัน ตัวเมียจะมีตัวผู้ตัวเดียว แต่ ตัวผู้จะผสมพันธ์ได้เรื่อย ๆ ว่ากันว่า หากใครโดนหิ่งห้อยเกาะแปลว่าจะเจอเนื้อคู่ครับ
เรือพาเราไปจอดเกยหาดตรงดงต้น สำลีงา ต้นไม้สมุนไพรชาวบ้านนิยมมาทำยาแก้ปวดเมื่อย บำรุงผิวพันธ์ กลิ่นจาง ๆที่ผมเพิ่งรู้จัก เราเดินดูพวกมันกันที่หาดกันสบาย ๆ แล้วที่คาดไม่ถึงคือผมเป็นคนเดียวที่มีหิ่งห้อยมาเกาะน่ะสิครับ แบบนี้จะต้องรอพิสูจน์แล้วว่าจะเป็นจริงเมื่อไหร่ ราคาตลอดการเดินทางเหมาลำแค่ 300 บาท ครับ กับเวลาแสนสุข สัมผัสธรรมชาติกว่าชั่วโมงครึ่ง นับว่าถูกมานะครับ คืนนั้นด้วยบรรยากาศริมน้ำชิว ๆ ผมกับพี่หนูก็นั่งร้านกาแฟ กินโรตี+ชา กันต่อจนเริ่มดึกค่อยกลับ ไม่คิดว่าจะได้พักผ่อนแบบนี้เลยดีจัง
___________________________
Tips
Grave of the Fireflies : animation สุดคลาสสิคจาก Ghibi Studio ที่หลายคนจะรู้จักจากเรื่อง Spirited Away (animation ญีปุ่นที่คว้าออสการ์เมือหลายปีก่อน) เรื่องนี้เป็นผลงานต้น ๆของ อจ. Hayao Miyasaki เลยครับ กับประเด็นความโหดร้ายของสงคราม ที่ไม่หนังส่วนใหญ่ไม่เคยพูดถึง เรารู้กันว่าสงครามมีคนตายมากมาย แต่คิดบ้างมั้ยว่าเมื่อสงคราจบลงความโหดร้ายแบบไหนที่เหลืออยู่ การ์ตูนเศร้าเรื่องนี้ถ่ายทอดผ่านพี่น้องสองคน ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในสภาวะการนั้น พี่ชายที่ต้องปกป้องน้องน้อย จากความยอดอยาก ทำเอาคนเสียน้ำตามานักต่อนักแล้ว ใครชอบอนิเมชั่นข้อคิดดีๆ ไม่ควรพลาดอย่างสิ้นเชิงครับ February 16 Charlie Wilson’s War : อัพ space ครั้งแรกของปีนี้Charlie Wilson’s War : อัพ space ครั้งแรกของปีนี้
ไม่ได้มาอัพสเปซเลยเป็นเวลากว่า มีเรื่องที่อยากเขียนหลายเรื่องครับ นอกจกาเรื่องของตัวงานแล้ว เรื่องส่วนตัวอัพเดทข่าวย่อย เนื่องจากเขียน
`___________________________________________________________
Tips Charlie Wilson’s War (2008) November 30 Secret + Love @ SIAM : ลมหนาวโชยมา กับเวลาพักที่น้อยลงทุกวัน ~เฮ้อ~Secret + Love @ SIAM : ลมหนาวโชยมา กับเวลาพักที่น้อยลงทุกวัน ~เฮ้อ~
ขอคั่น เรื่องผี part II ด้วย Blog ปกติซักหน่อยนะครับ เนื่องจากไม่ได้พิมพ์มาลงนานแล้ว ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา จริงๆก็มีเรื่องเล่าเยอะพอดูครับ แต่ด้วยความที่เหนื่อยและงานรุมเร้ามากเหลือเกินผมจึงไม่ได้ลง blog เลยในช่วงที่ว่า ไม่ใช่เพียงแค่ blog เท่านั้น กับเพื่อนสนิทโรงเรียนเก่า ที่ปกติหาเรื่องนัดกันอยู่ทุกเดือน ก็ไม่เจอหน้ากันมาจะสองเดือนแล้วด้วยซ้ำ คนที่จะได้เจอหน้ากันบ่อยสุดตอนนี้ก็คงเป็น ‘So เชี่ยว Team’ แหละครับ ^^
ทริปแนะนำที่เที่ยว-ที่กินแบบที่นัตตี้และเพื่อนบางคนชอบแซว จริงๆก็อยากจะเอาทริปที่ไปโอซาก้า เดือนก่อนมาลง รวมทั้งร้านใหม่ ๆที่ไปทดสอบมาเพิ่มจากเกาหลีอีก แต่ต้นเดือนหน้าผมก็จะมีโอกาสไปทั้งสองที่อีกรอบ คงรวมไว้คราวเดียวกันเลยดีกว่า (ญีปุ่น กับ เกาหลีนี่มาติดกันทีไรเงินเกลี้ยงกระเป๋าไปครึ่งเดือนทุกที เฮ้อ...)
เดือนที่ผ่านมา ผมเองก็หัวปั่นกับการเตรียม Defense Proposal ของโปรเจคจบปริญญาโทซะเหนื่อย ไหนจะเตรียมงาน W28 และบริษัทออกาไนซ์ที่เปิดกับเพื่อน-รุ่นน้องอีก ทำเอาแทบไม่ต้องไปไหนเลย ( Jim-Tha-Luck ขอโทดนา ที่ไม่ได้ไป on field ด้วยเลยว่ะ เวลางานเข้ากรูมีฟไลท์ทุกทีเลย T_T ต้องประหยัดวันลาไว้งาน W28 อ่า )
ทริปที่สนุก ๆที่ผ่านมาก็ที่ทีมSocial ยกพลกันไปถล่มบ้านของแม็กที่พัทยาละครับ (สมาชิกร่วมทริปคราวนี้มี ผม หนึ่ง จิ๋ว สแตมป์ แก้ม เอก วิค ไผ่ บี๋ แมก จิม) หลังจากไปสำรวจดูสถานที่กันจนครบ วาระการเที่ยว-กินและสังสรรค์ก็ตามมาตามคาด ปิ้งบาบีคิว-ซีฟู้ด กินเหลา เล่นเกม ร้องเพลง กันตามเรื่องยันเช้า ก่อนจะลากเหล่าพวกกลัวผีเข้าโกดังผีไปรอบ ตกเย็นก็ไปแข่ง เพ้นท์บอลกันต่อจนหมดแรง ...รายละเอียดรอชมจากอัลบั้มเร็วๆนี้ครับ
ลอยกระทงไปไหนกันมามั่งรึเปล่าครับ ของผมนี่ทรหดอดนอนมาก ก่อนวันลอยกระทง พ้มขน text book ไปเตรียมสอบที่อินเดีย ลงฟไลท์แต่เช้าด้วยความง่วงสุดแสน ก่อนจะนอนไป 2 ชม. แล้วไปติวสอบต่อที่มหาลัย ตกเย็นไป brief งานให้น้อง ๆที่มาสมัครเป็น MC อีก พอเริ่มค่ำ ผมกับจิ๋วก็แอบแฝงไปเป็น ก.ข.ค.ง.จ. ของเป้งและแฟนแถว เอมโพเรียม ไอ้คุณน้องเป้งพาไปทานราเม็งแถวนั้นชามใหญ่ใช้ได้เลย เล่นเอาอิ่มสุด ๆ ก่อนพวกเราจะย้ายสังขารไปลอยกระทงกันที่สวนเบญฯ พร้อมซื้อไฟเย็นมาจุดเล่นกันสนุกใหญ่ จนมีคนมาถามที่ซื้อจากเราเป็นระยะ (ทั้งที่คนขายมันห่าไงปแค่ 10 ก้าวเนี่ยนะ
วันถัดมาตอนเช้าผมหอบหนังสือตั้งใหญ่ไปสอบ comprehensive 6 วิชา 3 ชม. ที่มหาลัย เขียนกันมือหงิกไปเลย พอตกบ่าย ‘So เชี่ยว Team’ ส่วนหนึ่งก็พากันไปถ่ายรูปที่ U-Smile สยามกันตาม request ของแก้ม (เดี๋ยวนี้ฉากมันลาวโคตรอะ ฉากดีสุดคือฉากขาว ที่เหลือเด๋วต้องตัดต่อเอา) ก่อนจะไปดูหนังที่ผมรอมาพักใหญ่อย่าง ‘รัก...แห่งสยาม’ ของผู้กำกับที่ผมว่าฝีมือเยี่ยมคนนึงในประเทศเลย ( ผลงานที่ผ่านมาของ ผกก. คนนี้คือ คนผีปีศาจ (หนังที่สร้างอารมณ์หลอนในดรงได้ดีกว่ที่คาด) – 11earthcore – 12 begin -13เกมสยอง –รวมถึงบทหนังเรื่อง บอดี้ ศพ#19 หนังที่ผมยอมรับว่าบทหนังสยองที่ดีสุดของหนังไทยในรอบ 10 ปีเลย ) ก่อนจะไปหารือเรื่องงานต่อ แล้วไปซื้อของตามที่กะเอาไว้ที่ Central World
พิมพ์ไปพิมพ์มาชักยาวแฮะ เรื่องเล่าก็เรื่องเยอะขึ้น เอาเป็นว่า มาเล่าต่อ space เดือนหน้านะครับ
______________________________________________________________________________________
Tips
Secret
Love at SIAM : รัก...แห่งสยาม (2007) : หนัง ดราม่า-รัก ที่บทดีที่สุดในรอบปีสำหรับผม (ไม่นับบอดี้ ที่ครองตำแหน่งแนวระทึกขวัญไปลแว โดนคนเขียนบทคนเดียวกัน สุดยอดปะละ) ผมรำคาญหลายคนที่พอรู้ว่าเป้นหนังเกย์แล้วร้องยี้จนพลาดไม่ดู ทั้งที่หนังมันมีอะไรมากกว่านั้นมาก และพลังดาราอย่าง สินจัย-กบ ทรงสิทธ์ที่สุดยอดมาก ๆ เรื่องนี้เกิดตามชื่อครับ เรื่อง รัก ไม่ใช่แค่คุ่รัก หากแต่เป็นรักหลากหลายแบบ ทั้งแม่ ลูก พ่อ เพื่อน ... เรื่องราวเกิดขึ้นจากเพื่อนบ้านวัยเด็กคู่หนึ่ง คนแรก โต้ง-มีครอบครัวอบอุ่น แม่-สุนีย์(สินจัย) พ่อ-กร(กบ ทรงสิทธ์) และ พี่สาว(พลอย ไลลา) จนเมื่อวันหนึ่ง พี่สาวหายสาบสูญไป ทุกอย่างจึงเป็นดั่งฝันร้าย พ่อติดเลห้าเฝ้าโทษตัวเองและรอลูกสาว แม่ต้องทนเหนื่อยประสานรอยร้าวในครอบครัว ตัวโต้งเอง แม้จะได้คบกับสาวที่สวยที่สุดอย่างโดนัท แต่ก็ยังเหมือนมีอะไรขาดหายไป อีกด้านมิว-หลังแยกกับเพื่อน เติบโตมาด้วยการสูญเสียญาติเพียงคนเดียวและต้องเจ็บกับความเหงามานาน ก็ได้ร่วมวงดนตรีกับเพื่อนจนต้องพบโจทย์ใหม่คือการแต่งเพลงรัก ทั้งที่ตนไม่เคยมีความรักแม้ว่าหญิงเพื่อนข้างบ้านจะพร้อมมอบให้แต่เขาก็ไม่เคยได้สัมผัสมัน และเมื่อเพื่อนเก่าทั้งสองมาพบกันอีกครั้ง และโต้งได้พบกับ จูน(พลอย ไลลา)ผู้จัดการวงของมิวที่หน้าเหมือนพี่ที่หายไปจนจ้างเธอมา ช่วยประสานรอบร้าวที่บ้าน ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไปจากการกลับมาพบกันและชีวิตทั้งหมดที่เดินทางวนเวียนในย่าน Siam Square ที่เราคุ้นเคย การเรียนรู้ เติบโตของแต่ละคนจึงเริ่มขึ้น เพลงในเรื่องทั้ง 5 เพลง เพราะมากครับความหมายดีด้วย อยากให้ลองฟังกัน ไว้ผมจะเอาเนือ้มาโพสให้อ่านตรง comment นะครับ แล้วลองมาดูกันนะครับว่า ‘การที่เรารักกัน มากจนทำร้ายกัน’ อย่างที่จูนพูดในหนัง หรือ ‘ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีหวัง’ ประโยคเด็ดของเรื่องมันจริงรึเปล่า .... October 20 1408 : เล่าเรื่องผี!? Part 11408 : เล่าเรื่องผี!? Part 1
*** space นี้ควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างแรง ***
จากที่รับปากไปเมื่อ space คราวก่อน มารอบนี้ผมคงต้องเล่ามั่ง ก่อนจะโดนไอ้น้องจิมเอาไปเผาซะจนผมดูเป้นคนอันตรายไปก่อน เหอๆ
ที่มาที่ไปก็แปลก ๆ อยู่ ผมเคยได้ยินคนพูดกันว่า คนเกิดวันจันทร์จะมองไม่เห็นอะไรที่ไม่ปกติพวกนี้ ซึ่งผมเองก็ฟังมาเฉยๆ แล้วก็คิดว่าคงจริง กอปรกับการที่ผมว่าผมก็หัววิทย์พอดู ถ้าไม่เจออะไรจังๆก็ไม่ค่อยจะเชื่อซะด้วย ตั้งแต่เด็กๆมา อะไรที่คิดว่าเห็นชัดๆครั้งเดียวก็ผ่านมานานจนผมคิดว่าตาฝาดไปเอง ก่อนจะมารู้ในหลายปีให้หลัง หลังจากที่ได้พบเจออะไรพวกนี้อีกเยอะว่ามันไม่ใช่ตาฝาด....
พูดถึงการเจออะไรแปลก ๆรอบแรกก็ต้องย้อนไปสมัย ป.4 เหตุเกิดที่โรงเรียนช่วงเย็น เพื่อน ๆคงพอรู้ว่าผมจบจากโรงเรียนสาธิตเกษตรฯ และหลายคนอาจจะเคยได้เข้าไปเห็นแล้ว ที่จะพูดถึงเป็นอาคารที่อยู่กลางโรงเรียนซึ่งเป้นห้องสมุด+ห้องประชุม+ห้องวัฒนะรรมแลกเปลี่ยน เย็นวันนั้นผมเดินเลียบด้านข้างอาคารเพื่อไปยังอีกตึกในเวลาเย็นเป็นพิเศษเนื่องจากต้องรอพ่อผ่าตัด (พ่อผมเป็นหมอนะครับ อย่าคิดอะไรในทางอื่นแบบที่หลายคนทำหน้าตกใจ เวลาบอกพ่อผมผ่าตัดละ) ทีนี้ไอ้ผมเดิน ๆไปก็มองทางด้านหน้าไปตามปกติ ซึ่งข้างหน้าผมห่างไปราว 25 เมตร เป็นช่วงหน้าต่างของห้องโครงการแลกเปลี่ยนที่พูดถึง ผมเห็นมือยื่นออกมาแล้วกวักเรียกคนในอีกทิศ โดยผมตีความว่าอาจารย์คงกวักมือเรียกนักเรียนที่อยุ่สนามบาสระหว่างอาคาร 3 และ 4 ที่อยู่ห่างออกไป ก็มองตาม แต่มันไม่มีใครนี่สิ พร้อมๆกับที่สมองเริ่มตีความใหม่ ว่าเวลานั้นห้องโครงการฯปิดแล้ว ไอ้หน้าต่างนั่นนอกจากจะปิดแล้วยังมีเหล็กดัดซะด้วยสิ !!! พ้มก็เผ่นสิครับ จากนั้นก็เฝ้าบอกตัวเองเรื่อยมาว่าตาฝาด ๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสิบปี ผมเริ่มเข้ามหาลัยและเจออะไรแปลกๆมากขึ้น จึงเริ่มมาคิดใหม่ก่อนเล่าให้เพื่อนคนนึงฟัง เพื่อนผมบอกว่า........เออ เราก็เคยเจอเหมือนกัน ได้ยินว่ามีคนเห็นแบบนี้หลายคนแล้วด้วย ...-*-
มาว่ากันเรื่องประสบการณ์พวกนี้ที่เริ่มมาแบบ Non-stop กันดีกว่า ทุกอย่างมันเริ่มตั้งแต่ผมเข้ามาเรียนเอแบคนี่แหละครับ เรื่องส่วนหนึ่งก็จากสโมสร-องค์การนักศึกษา ตึกที่มีดีกรีความเฮี้ยนระดับสูงตึกหนึ่ง ถ้าให้เล่าผมคงต้องร่ายยาวแน่ ดังนั้นมาเริ่มกันด้วยเรื่องอื่นก่อนดีกว่า เรื่องนี้อาจจะดูเวอร์ซักนิด แต่ confirm นะครับว่าจริง
สืบเนื่องจากหลาย ๆคนคงรู้ว่าหน้าอย่างผมเนี่ยเคยเล่นละครเวทีกะเค้าด้วย เรื่องแรกนี้ก็เกิดจากการที่ผมต้องไปเก็บตัว เทรนนักแสดงนี่หละครับ ตามปกติหากพวกคุณไปค่าย ทุกค่ายมักจะมีผู้นำไหว้เจ้าที่เจ้าทางในคืนแรกถูกมั้ยครับ แต่ถ้าไม่ใช่ค่าย เป็นแค่สัมนา หรือ Training ไม่มีแน่ครับ แล้วงานนี้ก็เป็นเช่นนั้น ค่ายนี้ประกอบด้วยคนสองกลุ่มคือพวกนักแสดงที่มาเทรนกับอีกกลุ่มที่มาเทรน MC ซึ่งมหาลัยจัดให้มาพร้อมกัน คืนแรกที่มาถึง เรามายังรีสอร์ทแห่งนี้กันตอน ห้าทุ่มกว่า ๆเห็นจะได้ (ชื่อรีสอร์ทขอสงวนไว้เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องนะครับ ใครอยากรู้มาถามผมละกัน บอกได้แค่ หลายๆมหาลัย-บริษัท มาใช้ที่นี่จัดกิจกรรมบ่อยมาก)
ตึกที่เราพักแบ่งเป็น 4 ห้อง ด้านบน-ล่าง หน้า-หลัง พวกผมนอนห้องล่างด้านหลังหันออกทุ่งโล่ง ๆ ด้วยความคิดพิเรนท์ของผม ถึงห้องปั๊บก็กะจะหาอะไรเล่นเลย (ก่อนจะไหว้เจ้าที่ ซึ่งปกติผมไหว้ตอนจะนอน) เลยชวนเพื่อนร่วมห้องอันได้แก่ไอ้คุณทีเจ ไอ้น๊อต | ||||||||||||||||||||||||||||||